ซึ่งทริปนี้ เป็นทริปที่พักผ่อนมากที่สุดตั้งแต่เคยไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆมา
เราเลือกวันที่จะไปคือ 13-15 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมา
ที่นี่คือ “เชียงคาน” เมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
และวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนเชียงคาน เป็นสถานที่เงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อน
อิ่มเอิบความชิวกับบรรยากาศที่เย็นๆ
คืนแรกของเราคือ "เย็นอากาศ" เป็นโฮมสเตย์ ที่พื้นที่ 2 ชั้น
ข้างล่างเป็นที่ขายของชื่อร้านว่า "สามตำลึง" เจ้าของร้านที่นี่น่ารักมากๆ เป็นกันเอง



หลังจากนั้น เราก็ปั่นจักรยานปะทะกับอากาศในยามเย็น เพื่อสำรวจพื้นที่ และถ่ายรูปไปเรื่อยๆ


พวกเรามาในวันที่ไม่ใช่หน้าเทศกาล ร้านค้าบางแห่งก็ปิดบ้านไม่ขายของ
อาจจะเนื่องจากว่า เชียงคานยังไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวที่เหมือนปายมากนัก


แต่ก็ยังพอมีร้านเล็กๆน้อยๆ ให้ได้เข้าไปสัมผัสถึงความเป็นเชียงคานจริงๆ
เราคิดว่าดีแล้วนะ ที่เป็นแบบนี้ เพราะถ้าหากเชียงคานเปลี่ยนไป แล้วมันยากที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

เช้าวันรุ่งขึ้น เราตื่นนอนตั้งแต่ ตี 5.30 เพราะจะทำบุญตักบาตรข้าวเหนียวกัน
ระหว่างรอพระบิณฑบาตร เราก็เก็บภาพกันไปเรื่อยๆ ชวนคนแถวนั้นคุย
เค้าเล่าว่า ถ้าช่วงวันเทศกาลทุกบ้านจะเปิดแล้วเรียงรายปูเสื่อกันเป็นแถว พร้อมกับกระติ๊บข้าวเหนียว
เพื่อทำบุญตักบาตร นึกภาพตามแล้วคิดในใจว่า คงจะคึกคักน่าดู แล้วเราจะต้องมาอีกรอบให้ได้ !!


จากนั้นเราก็ปั่นจักรยานไปตลาดสด เพื่อไปกินปาท่องโก๋สูตรเด็ด ไม่อยากจะบอกว่า อร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ

จากนั้นไม่พอเราก็มาต่อที่ไข่กะทะ เต้าหู้นมสด ที่ร้านสามตำลึง ก็บ้านที่เราพักนี่เองล่ะ
อร่อยอย่าบอกใครเชียว กินเสร็จแล้วเราก็ขอตัวไปงีบสักครู่
เป็นการพักผ่อนอย่างจริงจังที่สุด มิน่าล่ะ ทำไมเราถึงอ้วน ฮ่าๆ


โชคร้ายที่เรามาผิดวันหรือยังไง ฝนดันตก ท้องฟ้าครึ้มๆตลอดวันตั้งแต่เช้า
แล้วเราจะไปหาแดดที่ไหนมาถ่ายรูปเนี่ยยยย เราก็ปั่นจักรยานโดยมีฝนตกปรอยๆ
ที่ใกล้จะหยุดตกแล้วล่ะนะ เราออกไปหาอะไรกินเล่นๆ

จนถึงตอนเย็น เราก็ดั้นด้นมาแก่งคุดคู้จนได้ แม้น้ำจะลด
แต่อาชีพการจับปลาของเค้าไม่ลดลงตามไปด้วย สถานที่นี้คงไม่ได้ถ่ายอะไรมากนัก
เพราะแดดไม่มี น้ำลด เลยถ่ายแค่วิถีชีวิตมาได้แค่นี้ล่ะ ฮ่าๆ

คืนวันที่สองของเชียงคาน เงียบกว่าวันแรกอีก เพราะช่วงวันจันทร์-พฤหัส
คนจะไม่ค่อยมีมากนัก ร้านค้าต่างก็ปิด มีเพียงบางส่วนเท่านั้นคือร้านอาหาร
ร้านขายผ้านวม และโปสการ์ดของฝากต่างๆ การถ่ายรูปด้วยกล้อง canon G12 ยามค่ำคืนนั้น
เป็นเรื่องที่ยากมากกว่าถ่ายกับกล้อง DSLR เพราะ G12 มีการจำกัดโฟกัส
แถมเกิด Noise อีกซึ่งบางทีเราก็ไม่สามารถที่จะถ่ายให้เหมือนกล้องตัวใหญ่
แต่ยังไงขาตั้งกล้องก็มีประโยชน์สำหรับตอนนี้ล่ะนะ



ถ่ายได้สักพัก ฝนลงเม็ดซะแล้วล่ะ แต่ยังไม่มากเท่าไหร่นัก เหมือนกับเตือนเราว่า จะทำอะไรให้รีบๆทำ ก่อนที่จะไม่ได้ทำนะ เราก็ดิ่งตรงไปร้านโปสการ์ด เพื่อเขียนถึงตัวเอง และซื้อของฝากเล็กๆน้อยๆกลับไป



หมดลงแล้วสำหรับทริปนี้ 3 วัน 2 คืน กับเชียงคานที่แสนสบาย
และยังคงวัฒนธรรมอยู่ รู้สึกชอบที่นี่มาก และหวังว่าคงจะได้ไปอีกในปลายปีนะ
แม้ว่าจะถ่ายรูปออกมาไม่โอเคมากนัก แต่ก็มีรูปมากพอกว่าทริปอื่นๆล่ะนะ ^^~

ทริปนี้ไม่ค่อยจะมีรูปคู่ซะเท่าไหร่ แต่ได้มาแค่นี้ก็ปลื้มแล้วล่ะ
รักนะคะที่รักของฉัน ♥